powerpat

Subtitle

Blog


view:  full / summary

"Swan" to open the house after the press "wolf"

Posted by [email protected] on April 27, 2018 at 12:00 AM Comments comments (0)


“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็ดูท่าว่าอาจเป็นทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีนี้ก็ได้หลังจากในรอบรองชนะเลิศนัดแรกพวกเขาเปิดรังแอนฟิลด์ถล่มเอาชนะ “หมาป่าเหลืองแดง” อาร์เอส โรม่า ไปแบบเละเทะ 5-2 นั่นหมายถึงว่าหากนัดที่ 2 ซึ่งจะกลับไปเล่นกันในกรุงโรม โรม่า จำเป็นต้องยิงลิเวอร์พูลให้ได้ 2 ประตูจึงจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ คู่แรก เป็นการพบกันระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของ “หมาป่าเหลืองแดง” อาร์เอส โรม่า เกมนี้ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าพร้อมออกนำไปก่อนในครึ่งแรก 2 – 0 จากการเหมาทำคนเดียวของโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ อดีตเด็กเก่าโรม่าในนาที 35 และ 45 เปิดฉากมาครึ่งหลังลิเวอร์พูลก็ยังเดินเครื่องเต็มกำลังและมาได้อีก 3 ประตูรวดจาก ซาดิโอ มาเน่ นาที 56 และโรแบร์โต้ ฟีมีร์โน่ เหมา 2 ลูก นาที 61 และ 68

แต่โรม่าไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ตามไล่ขึ้นมาได้ 2 ลูกจากเอดิน เชโก้ นาที 81 และจุดโทษของ ดิเอโก้ เปร็อตติ นาที 85 จบเกมลิเวอร์พูลถล่มเอาชนะไปได้ 5-2 โดยเกมต่อไปพวกเขาต้องยกพลไปเยือนโรม่ายังกรุงโรม อิตาลี และหากเล่นแค่เสมอหรือไม่โดนยิงเกิน 2 ลูกจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในฟุตบอลรายการนี้ทันที รอพบผู้ชนะระหว่างเรอัล มาดริด กับ บาเยิร์น มิวนิค ขอบคุณที่มาhttps://www.ufa88.me/" target="_blank" rel="nofollow">UFABET

"Swan" to open the house after the press "wolf"

Posted by [email protected] on April 27, 2018 at 12:00 AM Comments comments (0)


“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็ดูท่าว่าอาจเป็นทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีนี้ก็ได้หลังจากในรอบรองชนะเลิศนัดแรกพวกเขาเปิดรังแอนฟิลด์ถล่มเอาชนะ “หมาป่าเหลืองแดง” อาร์เอส โรม่า ไปแบบเละเทะ 5-2 นั่นหมายถึงว่าหากนัดที่ 2 ซึ่งจะกลับไปเล่นกันในกรุงโรม โรม่า จำเป็นต้องยิงลิเวอร์พูลให้ได้ 2 ประตูจึงจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ คู่แรก เป็นการพบกันระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของ “หมาป่าเหลืองแดง” อาร์เอส โรม่า เกมนี้ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าพร้อมออกนำไปก่อนในครึ่งแรก 2 – 0 จากการเหมาทำคนเดียวของโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ อดีตเด็กเก่าโรม่าในนาที 35 และ 45 เปิดฉากมาครึ่งหลังลิเวอร์พูลก็ยังเดินเครื่องเต็มกำลังและมาได้อีก 3 ประตูรวดจาก ซาดิโอ มาเน่ นาที 56 และโรแบร์โต้ ฟีมีร์โน่ เหมา 2 ลูก นาที 61 และ 68

แต่โรม่าไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ตามไล่ขึ้นมาได้ 2 ลูกจากเอดิน เชโก้ นาที 81 และจุดโทษของ ดิเอโก้ เปร็อตติ นาที 85 จบเกมลิเวอร์พูลถล่มเอาชนะไปได้ 5-2 โดยเกมต่อไปพวกเขาต้องยกพลไปเยือนโรม่ายังกรุงโรม อิตาลี และหากเล่นแค่เสมอหรือไม่โดนยิงเกิน 2 ลูกจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในฟุตบอลรายการนี้ทันที รอพบผู้ชนะระหว่างเรอัล มาดริด กับ บาเยิร์น มิวนิค ขอบคุณที่มา  UFABET

à¹?à¸?à¹?à¸?ูà¹?à¸?ิà¸?! à¹?อà¸?à¹?อ à¸?ัà¸? à¸?ีà¸?ีà¹? â??à¸?ีâ?? à¸?ะà¸?ะ â??สิà¸?หà¹?â?? 19 à¸?.à¸?.

Posted by [email protected] on April 23, 2018 at 4:15 AM Comments comments (0)


บทสรุปคู่ชิงศึกฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่างเอฟเอ คัพ อังกฤษ ประจำซีซั่น 2017/18 ก็ได้คู่ชิงชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ชาวโปรตุเกส กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี จากระบบมันสมองของอันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาลี ซึ่งนัดชิงชนะเลิศจะเตะกันในวันที่ 19 พฤษภาคม นี้ ณ สนามเวมบลีย์

ผลการแข่งขันรอบรองชนะเลิศศึกเอฟเอ คัพ อังกฤษ 2017/18 บทสรุปก็ได้ทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อย โดยคู่แรกลงเตะเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็สามารถเอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไปได้ 2-1 ชนิดที่ถูกยิงนำก่อนจาก เดลเล่ อัลลี่ แต่ก็เป็นอเล็กซิส ซานเชส ยิงตีเสมอในช่วงครึ่งเวลาแรกและเป็นอังเดร เอร์เรร่า มิดฟิลด์ชาวสเปนสอดขึ้นมายิงประตูชัยให้ทัพของกุนซือชาวโปรตุกีสกรุยทางเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเป็นทีมแรกได้สำเร็จ

ส่วนอีกคู่ลงเตะเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ก็สามารถเอาชนะ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ไปได้อย่างสบายเท้า 2-0 จากการทำประตูในครึ่งหลังของโอลิวิเยร์ ชิรูด์ หัวหอกชาวฝรั่งเศส และอัลบาโร โมราต้า กองหน้าตัวสำรองชาวสเปน ทำให้ทีมดังแห่งกรุงลอนดอนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งการข่งขันนัดชิงชนะเลิศนี้จะดวลกันในวันที่ 19 พฤษภาคม 2018 ที่สนามเวมบลีย์ ถือว่าเป็นคู่ชิงชนะเลิศที่สมน้ำสมเนื้อกันสุดๆ ขอบคุณที่มาUFABET

Off season "tycoon" long suspension after knee surgery.

Posted by [email protected] on April 18, 2018 at 1:35 AM Comments comments (0)


เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ หัวหอกทีมชาติอาร์เจนติน่าของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ส่อแววว่าน่าจะปิดซีซั่นของตัวเองลงเป็นที่เรียบร้อยหลังเจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าและน่าจะต้องเข้ารับการผ่าตัดในเร็วๆ นี้ ซึ่งเกมล่าสุดที่แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไปได้ 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เจ้าตัวก็ไม่ได้ลงสนามให้กับทีม โดยเกมล่าสุดที่เขาได้ลงเล่นให้กับทัพ “เรือใบสีฟ้า” ต้องย้อนไปในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 กับลิเวอร์พูล ซึ่งเขาลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงครึ่งเวลาหลัง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสเปนที่พึ่งพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้ไปครองก็ได้ออกมากล่าวถึงกรณีอาการบาดเจ็บของดาวเตะวัย 29 ปี โดยเป๊ป ระบุไว้ชัดเจนว่าหลังจากที่อริร่วมเมืองอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด พลาดท่าพ่ายให้กับเวสต์บรอมวิช เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้ทีมของพวกเขาคว้าแชมป์ไปครองก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องส่งดาวยิงรายนี้ลงสนามอีก แถมต้องการให้เขาพักผ่อนเตรียมตัวอย่างเต็มที่ก่อนลงเล่นศึกฟุตบอลโลก 2018 กลางปีนี้ให้กับทีมชาติอาร์เจนติน่า

“ผมบอกไปแล้วว่าเขาไม่พร้อม เขาพยายามอย่างมากนับตั้งแต่โดนแอชลีย์ ยัง เข้าบอลในเกมกับยูไนเต็ด ทำให้เขามีปัญหาตรงหัวเข่า ผมเองยังไม่แน่ใจว่าเกมกับสวอนซีเขาจะพร้อมหรือไม่ แต่หวังว่าเกมสุดท้ายเขาจะลงได้เช่นเดียวกับการลงเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนติน่าในศึกฟุตบอลโลกที่จะถึงนี้ด้วย” เป๊ป ระบุถึงลูกทีม ขอบคุณที่มา  UFABET

"Ghost" rotten carrion hit the plum sent "ship" won the championship.

Posted by [email protected] on April 16, 2018 at 3:15 AM Comments comments (0)


“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้ในบ้านเป็นนัดที่ 2 ของซีซั่นด้วยการโดน “เดอะ แบ็กกี้ส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ทีมอันดับสุดท้ายของตารางบุกมายัดเยียดความปราชัยถึงถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยสกอร์ 0-1 ส่งให้อริร่วมเมืองอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2017/18 ไปครองอย่างเป็นทางการ หลังจากที่พวกเขาทิ้งห่างทีมอันดับ 2 ถึง 16 แต้มในขณะที่เหลือการแข่งขันเพียง 5 นัดเท่านั้น

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็หน้าเสียสุดๆ เมื่อพวกเขาเปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พ่ายให้กับทีมอันดับสุดท้ายของตารางอย่าง “เดอะ แบ็กกี้ส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ไป 0-1 จากการทำประตูของเจย์ โรดริเกซ นาที 73 นั่นส่งผลให้อริร่วมเมืองแมนเชสเตอร์อย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ไปครองได้อย่างเป็นทางการจากการลงเล่น 33 นัด มี 87 แต้ม ซึ่งอันดับ 2 อย่างทัพปีศาจลงเล่น 33 นัด มีแค่ 71 แต้มตามหลังอยู่ 16 คะแนน แต่เหลือการแข่งขันอีกเพียง 5 นัดเท่านั้น นอกจากนี้ยังถือเป็นความพ่ายแพ้ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นเกมที่ 2 ของซีซั่นในลีกหลังจากเกมแรกพวกเขาพ่ายให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ความน่าสนใจอีกอย่างของเกมคือในช่วงประมาณ 5 นาทีสุดท้ายแฟนๆ เริ่มทยอยเดินออกจากสนามซึ่งภาพแบบนี้ไม่ค่อยได้ปรากฏบ่อยนักสำหรับทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้โชเซ่ มูรินโญ่ เริ่มถูกกระแสโจมตีจากแฟนบอลอีกครั้ง ขณะที่ผลอีกคู่วันเดียวกัน นิวคาสเซิ่ล เปิดรังเซนต์ เจมส์พาร์ค เอาชนะ อาร์เซน่อล ไปได้ 2-1 ขอบคุณที่มา UFABET

â??à¸?ีâ?? หลอà¸? â??à¹?รือâ?? à¸?าà¸?à¹?าà¸? ยัà¸?à¹?มà¹?à¸?าà¸?à¹?à¸?มà¸?à¹?à¸?าà¸?à¸?าร

Posted by [email protected] on April 10, 2018 at 3:00 AM Comments comments (0)


“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถพลิกนรกกลับมาแซงเอาชนะ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ 2-3 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้แม้แมนฯ ซิตี้ จะได้แชมป์ค่อนข้างแน่แต่ก็ยังไม่ถือว่าคว้าแชมป์อย่างเป็นทางการที่สำคัญยังทำให้พวกเขาไม่สามารถฉลองแชมป์ต่อหน้าพลพรรค “ปีศาจแดง” ในถิ่นเอติฮัตส์ สเตเดี้ยม ได้อีกด้วย ถือเป็นเกมมันส์ระดับ 5 ดาวของช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมีคู่น่าสนใจคือ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเอติฮัต์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของอริร่วมเมืองอย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งหากเกมนี้ลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า สามารถเอาชนะผู้มาเยือนได้จะทำให้พวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างเป็นทางการทันที ขณะเดียวกันยังถือเป็นการฉลองชัยต่อหน้าทัพ “ปีศาจแดง” อีกด้วย

เกมเริ่มมาถึงนาที 25 แวงซองต์ กอมปานี ก็โขกให้เจ้าถิ่นขึ้นนำก่อน 1-0 อีก 5 นาทีต่อมา อิลคาย กุนโดกัน ก็พลิกยิงสุดสวยให้แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 2-0 ซึ่งเกมทำท่าว่าพวกเขาจะได้ประตูที่ 3 อยู่รอมร่อแต่ก็ไม่ได้ ลงมาในครึ่งหลังนาที 53 กลับเป็นแมนฯ ยูฯ ที่ได้ประตูตีไข่แตกจากการหลุดเข้าไปยิ่งของปอล ป็อกบา อีก 2 นาทีต่อมาดาวเตะเลือดเฟรนช์ก็ทำประตูตีเสมอได้จากการโขกลูกโยนของอเล็กซิส ซานเชส และแล้วนาที 69 ปีศาจแดง ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากฟรีคิกอเล็กซิส ซานเชส โยนเข้ามาเป็นคริส สมอลลิ่ง โหม่งตุงตาข่ายจบเกม ผู้มาเยือนเชื่อดเจ้าบ้านคาถิ่น 2-3 ขอบคุณที่มา https://www.ufa88.me/

ลà¹?าà¸?à¹?à¸?à¹?à¸?สำà¹?รà¹?à¸? â??à¹?à¸?มà¸?à¹?าâ?? à¹?à¸?ือà¸? â??อิà¸?à¸?รีà¹?หลà¹?à¸?â?? หวิว à¹?à¸?à¸�

Posted by [email protected] on March 28, 2018 at 7:15 AM Comments comments (0)

ล้างแค้นสำเร็จ “แซมบ้า” เฉือน “อินทรีเหล็ก” หวิว เกมอุ่นเครื่อง

พลพรรค “แซมบ้า” บราซิล สามารถยัดเยียดความปราชัยให้กับทัพ “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน ได้สำเร็จจากประตูของ กาเบรียล เฆซุส หัวหอกแห่งทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่งผลให้ทีมชาติเยอรมันพบกับความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในรอบ 23 เกมล่าสุด ณ กรุงเบอร์ลินเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

ถือเป็นการพบกันครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ทีมชาติเยอรมันไล่ถล่มเอาชนะขุนพลบราซิล ไปแบบขาดลอย 7-1 เมื่อครั้งศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบรองชนะเลิศ เกมนี้ทั้ง 2 ทีมส่งชุดใหญ่ลงสนามแบบฟูลทีม ซึ่งเกมก็เล่นกันได้อย่างสูสีแต่เป็น “แซมบ้า” ที่ออกนำไปก่อนในนาทีที่ 37 จากการโหม่งของกาเบรียล เฆซุส ยอดหัวหอกจากจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งในครึ้งหลังลูกทีมของ โจอาคิม เลิฟ ก็พยายามเติมเกมรุกอย่างหนักเพื่อหวังเอาประตูคืนให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดพวกเขาก็ทวงประตูคืนไม่สำเร็จ จบเกม บราซิล บุกมาเฉือนหวิว เยอรมัน แบบคาถิ่น 0-1 พร้อมยังถือเป็นความพ่ายแพ้ของทัพ “อินทรีเหล็ก” ในรอบ 23 เกมอีกต่างหาก

แม้ว่าบราซิลจะเอาชนะเยอรมันมาได้ครั้งล่าสุดเมื่อตอนศึกโอลิมปิก 2016 แต่นั่นก็ไม่ถือว่าเป็นทีมชุดใหญ่เนื่องจากฟุตบอลโอลิมปิกมีกฎให้ส่งทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ลงทำการแข่งขัน ทำให้พวกเขาเองก็ค่อนข้างมีความมั่นใจมากๆ ว่าศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่จะจัดขึ้นในประเทศรัสเซียช่วงกลางปีนี้ พวกเขาน่าจะกลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ได้อย่างเต็มตัวอีกครั้งแม้ว่าฟอร์มช่วงก่อนหน้านี้จะยังไม่ค่อยดีก็ตาม

ขอบคุณที่มา UFABET

 


 

 

â??หอยâ?? à¸?ืà¸?à¸?วà¹?าà¸?ะà¹?à¸?à¹?ารอà¸?à¸?à¹?อà¸?ยาวยัà¸?à¸?à¹?อà¹?วลา

Posted by [email protected] on March 19, 2018 at 4:15 AM Comments comments (0)


ฟุตบอล FA Cup รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่สุดท้ายเมื่อคืนวันอาทิตย์ 18-03-2018 ที่ผ่านมา รอบ 2 จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับ หอยเซล กรุบกริป เชลซี ก่อนเป็นทีมเยือนมาซัดชัยในช่วงทดเวลาพิเศษ 2-1 ทำให้เข้ารอบรองชนะเลิศเป้นทีมสุดท้าย

เจ้าบ้าน เลสเตอร์ มีฟอร์มที่ดีมาก ไม่แพ้ใครมาเป็นนัดที่ 4 มีการปรับตำแหน่งเล็กน้อย ทางด้านเซลซี ศึกที่ผ่านมาเป็นหอยโดนน้ำร้อน แพ้ 3 นัดจาก 5 เกมส์ หาชัยชนะเจอไม่ ได้ทำการปรับเปลี่ยนแทคติคและตำแหน่งหวังจะเอาชนะให้ได้

ครึ่งแรก

เป็นฝ่ายเจ้าบ้านที่ครองเกมส์ได้ก่อนในช่วง 25 นาทีแรก และมีโอกาสทักทาย จากการเตะมุมของรยาด มาห์เรซ มอร์แกน โหม่งนิ่มๆแต่ดันข้ามคานไปสะงั้น

อีกครั้งสำหรับจิ้งจอกสยามจาก ดิดี้ส่อง ซึ่งคราวนี้บอลจาก ซิมพ์สัน ผ่านบอลเข้ากลางให้ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ได้ยิงไกล ติดไซด์ก้อยนิดๆ พุ่งเข้ามุมเสียบเสาอยู่แล้ว แต่นายทวาร กาบาเญโร่ หายตัวแวบมาเซพไว้ได้ ไม่น่าเชื่อว่าจะมาทัน

นาที 33 หลังจากเจ้าบ้านครองบอลบุกอยู่นานแสนนานแต่ไม่ได้ประตู โมเมนตัมเริ่มเอียงมาทางด้านทีมเยือนบ้าง จากทาง วิลเลี่ยน เปิดบอลขึ้นไป แบบแทงไปดื้อๆ เฉยๆ ไม่ต้องมีเทคนิคอะไร ให้ทางโมราต้า จิ้มเข้ามึมแคบของประตู ชไมเคิลที่เฝ้าเสาอยู่แต่ก็ออกข้างไปอย่างน่าเสียดาย

นาที 42 และแล้ว หอยมาได้ประตูนำก่อนจาก โมราต้า ซัดเข้าไปหลังจากฝืดมาเป็นชาติ โดยการแย่งบอลจากแดนกลางของ รูดิเกอร์ จาก มาห์เรซ แล้วแทงบอลให้ วิลเลี่ยน ก่อนเลี้ยงเดี่ยว จ่ายทะลุช่องแบบหลุดแล้ว หลุดเลยให้ โมราต้า รับบอลไปยิงนิ่มๆ นำ 1-0 ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก

ครึ่งหลัง

มีการปรับแก้เกสม์ของฝั่งเลสเตอร์นิดหน่อยและก็เป็นฝั่งเจ้าบ้านโหมบุกเพื่อหวังจะได้ประตูตีเสมอ ซึ่ง วาร์ดี ได้โขกจากการโยนของ เอ็นดิดี้ ลอยตัวโหม่งคนเดียวแต่ดันโหม่งออกไป เหมือนเล่นบอลไม่เป็น

นาที 58 จิ้งจอกสยามได้เตะมุม แต่เล่นสั้นจาก มาห์เรซ ยิงด้วยขวา แต่นายทวารหอย ดมกาวมาเลยเซพไว้ได้อีกครั้ง

นาที 76 และแล้วก็มาถึงประตูสำคัญของทางเจ้าบ้านหลังรอคอยมาเกือบจะหมดเวลาอยู่แล้ว โดยการเลี้ยงหนี อลอนโซ่ของ มาห์เรซ ไปสุดเส้นเปิดเข้ากลาง วาร์ดี้ ซัดไปติดกองหลัง ตามซ้ำด้วย อิบอร์ร่า ก่อนทีจะมาปิดท้ายด้วย วาร์ดี้ อีกครั้งซัดมันหน้าประตูเข้าไป ทำให้เสมอกัน 1-1 จากนั้นเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ยอมแพ้ไล่บุกจนจบเกมส์ ต้องต่อเวลาไปอีก 30 นาที

นาที 105 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ โยนบอลไปกะโหลกจุดโทษ ก่อนลูกปีเตอร์ ชไมเคิล นั้นก็คือ แคสเปอร์ ไม่เหนียวเหมือนพ่อ หวืดจั่วลม ทำให้ เปโดร โรดริเกซ ลอยตัวโขกลงพื้นเข้าไปง่ายๆ นำ 2-1 และเป็นประตูชัยส่งผลให้ หอย เชลซีเข้ารอบ FA Cup 4 ทีมสุดท้ายไปอย่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าไปอีกเกมส์

ที่มา UFABET

 

UCL (1-2)

Posted by [email protected] on March 14, 2018 at 12:35 AM Comments comments (0)

หลังจากโชว์ฟอร์มเทพเปิดบ้านเฉือดเป็ดแดงลิเวอร์พูล 2-1 เมื่อวันเสาร์ในศึกพรีเมียลีกอังกฤษที่ผ่านมาไป มานัดนี้สาวกผีต้องลอยเป็นวิณญาณผีเร่รอนกลับบ้านเก่าเมื่อ โดนเซบีย่าทีมจากแดนกะทิงดุบุกมาคว้ายชัยถึงหน้าประตูบ้าน โดยการทำประตูของ วิสเซอร์ เบน เยดแดร์ ตัวสำรอง

ครึ่งแรก

ผีแดงเดินเกมส์บุกใส่ เซบีย่า โดยใช้ มารูยาน เฟลไลนี่ ลงเป็นตัวจริงด้วย และทักทายจากการยิงของ ลูกากู จากการทำชิ่ง ลินการ์ด แต่ไม่เป็นประตู

นาทีที่ 9 เซบียา ได้ลูกเตะมุม ฮัวกิน กอร์เรอา กระโดดเข้ามาโหม่งแต่บอลข้ามคานไปนิดเดียว

ต่อมา นาที 13 ความผิดพลาดของกองหลังปีศาจแดงเกือบทำให้เสียประตู โดย ไบยี่ จ่ายบอลไปเข้าทาง กอร์เรอา และเขาทำชิ่งคืนมาให้ หลุยส์ มูเรียล ดิ่งตรงมาซัดบอล หลุดกรอบขวาไปนิดเดียวแบบชนิดห่างไม่ถึงมิลลิเมตร

เจ้าบ้านผีแดงยังสร้างเกมส์รุกของตัวเองไม่ได้ หรือแผนรสบัสที่เล่นจนคุ้นเคย ทำให้โดยเซบีย่า ได้บุกขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและมีลุ้นสกอร์ขึ้นนำ แต่ทีมเยือนใช้โอกาสเปลืองเกินไปผลิตสกอร์ไม่ได้เลย

นาที 37 โอกาสมาเป้นของทางฝั่งผีแดงบ้าง เฟลไลนี่ กองกลางร่างโย่ง ทำวัน ทู กับ อเล็กซิส และอัดเต็มข้อซ้ายแต่บอลไปเข้ามือของผู้รักษาประตู รีโก้ จบครึ่งแรกทำอะไรกันไม่ได้ เสมอ 0-0

ครึ่งหลัง

เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังเป็นทางฝ่ายผีแดงที่ทำเกมส์บุกได้มีลุ้น เพียงแค่นาทีที่ 51 ลูกากู เปิดบอลจากทางด้านขวามาให้ลินการ์ด ก่อนจะซัดเสาแรกแต่ไม่ผ่าน เซร์คิโอ รีโก้ อีกเช่นเคย

นาที 56 กองกลางจอมเก่าผู้ทรยศอาเซน่อลได้บอลบริเวณกรอบเขตโทษก่อนจะตกแต่งบอลเพื่อเตรียมยิง แนวรับของเซบีย่าก็มาบล็อกไว้ได้ทัน

นาที 60 ทางด้านเจ้าบ้านถอด เฟลไลนี่ออกแล้วส่งกองหน้าคาตัวแพงเท้าฝืด ปอล ป็อกบา ลงมาหวังจะจบเกมส์

นาที 72 ทีมเยือนแก้เกมส์บ้างหลังครึ่งหลังไม่สามารถบุกใส่เจ้าบ้านได้เลย โดยการถอด มูเรียล ออก แล้วส่ง เบน เยดแดร์ ลงแทน

นาที 73 ลงมาไม่ถึงนาที เบน เยดแดร์ ได้สัมผัสบอลแรกก็เป็นประตู เมื่อได้รับบอลจาก กอร์เรอา เพื่อนทีมเดียวกัน ก่อนยิงเบียดเสาเข้าประตูไป ทำให้ขึ้นนำ 1-0 ทำเอาแฟนผีหุบปากได้ในที่สุด แต่กองแช่งเตรียมล้อทันที

หลังจากนั้นแนวรับของแมนยู งง งวย สาละวนกันเป้นว่าเล่นเหมือนจับจุดยืนของตัวเองไม่ได้ และมาโดนลูกที่สองจาก เบน เยดแดร์ คนเดิม เพิ่มเติมคือการโหม่งเข้าไปแบบชนิดกรรมการต้องดูสัญญาณจากผู้ตัดสินด้านหลังประตู

เจ้าถิ่นจะต้องทำงานหนักหลังจากนี้ เพราะต้องยิงให้ได้ 3 ประตูรวดเพื่อผ่านเข้ารอบให้ได้

นาที 84 หลังจากทำงานหนักมาตลอดเกือบ 10 นาที ได้ประตูไข่แตกมาเป็น 1-2 จากการเปิดลูกเตะมุมบอลของแรชฟอร์ดมาให้กองหน้าร่างใหญ่ ลูกากู ยิงเข้าไป

เวลาเริ่มเหลือน้อยเต็มที ปีศาจแดงเริ่มโหมบุกมายิงกว่าเดิม จนเกือบโดนสวนกลับของเจ้าเดิม เบน เยดแดร์ แต่ก็ยิงไปติดขวา เดเคอา อดลุ้นทำ 3 ประตูให้ตัวเองจนได้

จบเกมส์ปีศาจแดงแมนฯยูไนเต็ด โดน เซบีย่า บุกมาสวด กุสลา ธัมมา ถึงถิ่น ฝังสาวกผี ตกรอบ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก คาบ้าน 2-1 และในคืนวันศุกร์ จะมีการจับฉลากจับคู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป

 


Rss_feed